บทที่ 2 คุณมาเฟียกับเมียเด็ก 2
พี่เชอร์รี่เป็นผู้หญิงสูงมากหุ่นนางแบบแถมการศึกษายังสูงถึงปริญญาโทอาจจะเรียนต่อปริญญาเอกในปีหน้า ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนอะไรนักหนาไม่เหนื่อยบ้างรึไง ขนาดตัวเธอพึ่งเข้ามหาลัยชั้นปีที่สองยังขี้เกียจจะอ่านหนังไปเรียนเลย นี่ถ้าพ่อแม่ไม่ขอเรื่องนี้คงไม่พยายามแบบนี้หรอก
บางทีน่าจะไปเที่ยวพักผ่อนสักปีค่อยเรียน!
ใครๆก็บอกว่าพี่เชอร์รี่คือนางฟ้าส่วนนางมารคงไม่พ้นใครนอกจากเธอที่ถูกตามใจมาโดยตลอด และรุ่นหลานอย่างพวกเราดันมาผู้หญิงแค่สองคนส่วนอีกห้าคนนั้นเป็นผู้ชายหมดเลยทำให้เธอถูกยกไปเปรียบเทียบจนน่ารำคาญพวกคนแก่หัวโบราณ ถ้าเป็นเรื่องดีๆพี่เชอร์รี่ชนะขาดส่วนเรื่องแย่ก็เป็นเธอนี่สิที่รับไว้หมด
แต่อย่างน้อยเธอก็รวยกว่าเยอะนะ!
ต้องย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้ววันที่ยายเสียชีวิตด้วยโรคชราทำให้แม่ที่เป็นลูกสาวคนเดียวรับมรดกทั้งหมดแต่ด้วยความรักอันมหาศาลของยายที่มีต่อหลานสาวคนเดียวอย่างเธอนั้นเลยเขียนพินัยกรรมเอาไว้ให้ หุ้นส่วนสิบห้าเปอร์เซ็นนั้นเป็นของเธอพร้อมกับเงินอีกสองพันล้านและทรัพย์สมบัติอื่นๆเพราะกลัวหลานรักจะใช้ชีวิตลำบาก พ่อแม่ก็ดูจะไม่ตกใจเรื่องนี้เลยสักนิดนอกจากถอนหายใจแล้วเตือนให้ใช้เงินประหยัดอย่าเอาไปเลี้ยงผู้ชายเยอะเกินไปแต่ว่าตอนนั้นยังเวอร์จิ้นอยู่
แต่นั่นเป็นคำสอนที่เธอทำตามไม่ค่อยได้นะ!
ทุกเดือนเธอต้องกลับบ้านตามสัญญาที่ให้แม่ไว้ก่อนจะออกมาอยู่คอนโดคนเดียวเมื่อตอนเข้ามหาลัยได้ บ้านของเธอมีทั้งหมดหกชั้นจัดสรรพื้นที่ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเรื่องห้องนอนเพื่อจะได้ไม่ต้องมีใครไปรบกวนใครในเวลาดึกๆที่อาจจะส่งเสียงดังเกินไปในตอนมีกิจกรรมเข้าจังหวะ
พ่ออยู่ชั้นสี่ แม่อยู่ชั้นห้าและเธออยู่ชั้นที่หก
นับว่าเป็นครอบครัวที่แปลกมากแต่ก็สนุกดี!
"มาได้ซะทีนะน้องอายตา!"
"นัดมาทำไมไม่รู้แต่เช้าง่วงก็ง่วง นี่ขากลับแม่ต้องเลี้ยงกาแฟหนูนะไม่งั้นไม่ยอมนอนที่บ้านแน่"
"โถ่วๆๆ...ไปทวงกับพ่อหนูนู้นไม่รู้จะรีบอะไรนักหนาแม่ก็แต่งตัวแทบไม่ทันเหมือนกัน ดูสิเลือกเครื่องเพชรไม่ได้จำใจต้องใส่ชุดเก่าแทน"
"กาแฟแค่แก้วสองแก้วพ่อเลี้ยงได้น่าเลิกบ่นได้แล้ว ยัยหนูที่คอน่ะอย่าให้มันเป็นรอยชัดนักสิเดี๋ยวคนเขาจะถามเยอะพ่อขี้เกียจตอบ"
"ก็เมื่อคืนหนูเมา!"
"รอยจางแค่นี้ไม่มีใครเห็นหรอกน่าถ้าไม่มาจ้องจริงๆ เราไปกันเถอะจะได้รีบๆกลับฉันจะพาลูกไปสปาด้วย วันนี้กะว่าจะทำเล็บต่อด้วยเลยแล้วเจอกันตอนเย็นนี้ห้ามเบี้ยวนัดล่ะ"
"ยัยหนูกลับบ้านทั้งที่ใครจะเบี้ยวนัดได้ล่ะคุณ บ่ายกินกาแฟเสร็จแล้วจะไปไหนก็ไปแต่กลับบ้านก่อนสองทุ่มแล้วคืนนี้คุณห้ามพาลูกไปบาร์โฮสล่ะ!"
"นี่คุณ!"
"พ่อแม่อย่าพึ่งทะเลาะกันสิหนูอายเขา!" เธอจับพ่อแม่ออกจากกันแล้วแทรกตัวเข้าไปตรงหน้าควงแขนทั้งสองคนเดินเข้าไปในคฤหาสน์ที่มีญาติคนอื่นรออยู่และเป็นบุญที่ไม่ได้อยู่ที่นี่เหมือนคนอื่นเพราะว่าเธอไม่ชอบหน้าทุกคนเลย
เราทั้งครอบครัวเก่งเรื่องการแสดงละครต่อหน้าทุกคนอยู่แล้วจนต้องแอบหัวเราะในความตลกร้ายแบบนี้นะ
พ่อหัวเราะออกมาเพราะรู้ดีว่าเธอไม่ชอบใจเท่าไรนักส่วนแม่ก็รักษาสีหน้าสวยสง่าได้ทั้งที่น่าจะรู้สึกเบื่อเหมือนกัน
โดยรวมแล้วพวกเรานี่มันนักต้มตุ้นเลยนะ!
หลอกคนทั้งตระกูล!!
"คุณ!!"
"เธอ!!"
เราสบตากันอยู่เกือบนาทีใบหน้าตกใจก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่ากิ้งก่าตอนเปลี่ยนสีซะอีก รอยยิ้มกว้างมองไปทางญาติผู้พี่ทั้งหลายก่อนจะยกมือไหว้และทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงหวานใส เขาเองก็ดูตกใจมากแต่ก็ยิ้มกว้างออกมาเหมือนว่าเราไม่รู้จักกันมาก่อน
แต่ว่าเรารู้จักร่างกายกันดีนะ!
"รู้จักเหรอลูก?"
"ไม่ค่ะ หนูพึ่งเคยเจอเขาครั้งแรก"
"นั่นแหละว่าพี่เขยอย่าเผลอไปแอบกินละพ่อยังไม่อยากมีปัญหาตามมา"
"แต่หล่อๆแบบนี้เสียดายอ่ะ"
"ล้านหนึ่งพอไหมยัยหนู?"
"สามค่ะถึงจะพอ"
"พ่อโอนค่าความเสียดายให้แล้วนะ"
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คยอดเงินเข้าบัญชีทันทีก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้กับพ่อที่ตามใจทุกอย่างอีกเช่นเคย เราทั้งสามคนเดินไปนั่งมองการอวดว่าที่ลูกเขยของลุงหนึ่งว่าจะโม้ได้มากขนาดไหนและหวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรแผลงๆหรอกนะ
แต่บางทีก็อยากหักหน้าพี่เชอร์รี่เหมือนกันนะ
...เอาไงดีล่ะ?
